Thailand Web Stat Truehits.net
เครื่องหมายอัศเจรีย์

เหตุผล ทำไม? ภาคใต้ ต้องเจอน้ำท่วมซ้ำซาก

รศ.ดร.สุจริต  คูณธนกุลวงศ์  ประธานแผนงานวิจัยเข็มมุ่งด้านการจัดการน้ำ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  เปิดเผยกับศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ  ถึงแนวโน้มปริมาณฝนในพื้นที่ ภาคใต้ ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2565  ประมาณการไว้เดือนละ 600 มม.  มากกว่า 4%  ของปริมาณฝนในปี 2560 

ภาคใต้ 1
ฝนเริ่มเทมาทางด้านทิศตะวันออกมากขึ้น ยาวไปถึงเดือนธันวาคม

สำหรับฝนที่ตกในช่วงนี้ (กลางเดือนตุลาคม – ปลายเดือนตุลาคม) ได้รับอิทธิพล ลมที่พัดมาจากไต้ฝุ่นทางทะเลจีนใต้  ประกอบกับลมทางด้านมหาสมุทรอินเดียที่ยังแรง  มีผลทำให้ ภาคใต้ ฝั่งตะวันตกเกิดฝนตกหนักน้ำท่วมใน จ.ภูเก็ต จ.พังงา  และ จ.กระบี่   ขณะที่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป  มวลอากาศเย็นจากภาคเหนือจะเริ่มเคลื่อนตัวลงมาในช่วงแนวปะทะของลมจากฝั่งทะเลจีนใต้  และทางด้านมหาสมุทรอินเดีย  มีผลให้ฝนตกทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก แต่จะตกหนักติดต่อกันหลายวันในด้านตะวันออก  ทำให้มีพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง  ได้แก่  จ.เพชรบุรี, จ.สุราษฎร์ธานี, จ.นครศรีธรรมราช, จ.พัทลุง, จ.ปัตตานี  หลังจากนั้นในเดือนธันวาคม อิทธิพลของลมทางด้านมหาสมุทรอินเดียจะอ่อนลง  จะเป็นฝนที่มาจากด้านเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหลัก 

ภาคใต้ 2

รศ.ดร.สุจริต  กล่าวว่า  เมื่อดูระดับน้ำของภาคใต้ฝั่งตะวันออก  โดยเฉพาะแม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำตาปี ปากพนัง  และทะเลสาบสงขลา  ปริมาณน้ำยังอยู่ที่ 60%  ฉะนั้นภายในเดือนพฤศจิกายน ที่จะมีฝนตกหนัก แม่น้ำเหล่านี้จะยังสามารถรองรับน้ำได้ก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเล  แต่…..ที่น่าเป็นห่วงเนื่องจากในช่วงกลางพฤศจิกายน จะเป็นช่วงที่น้ำทะเลขึ้นสูง   ประกอบกับลักษณะทางกายภาพภาคใต้ฝั่งตะวันออก  เป็นพื้นที่ราบที่ในช่วงระยะ 10-20 ปีที่ผ่านมา  มีการพัฒนาและการเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว  ส่งผลให้พื้นที่กักเก็บน้ำลดลง  อีกทั้งลักษณะฝนภาคใต้  เป็นฝนที่ตกสะสมน้ำไว้บนเขาก่อนจะค่อยๆ ไหลลงมา ช่วงแรกจึงยังไม่รู้สึกว่าน้ำท่วม แต่เมื่อฝนที่ตกหนักต่อเนื่องสองสามวัน  จะเกิดการสะสมของฝนจำนวนมากที่ไหลเข้าพื้นที่จึงทำให้เกิดน้ำท่วม

ภาคใต้ 3

“ในอดีตฝนที่ไหลลงมาจากเขา  จะมีพื้นที่โล่งที่เปรียบเสมือนเป็นทุ่งรับน้ำ อยู่ระหว่างแนวเขากับแนวเส้นทางรถไฟ เป็นพื้นที่พักน้ำก่อนไหลลงแม่น้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองไปลงทะเล  แต่ปัจจุบันพื้นที่โล่งกลายเป็นสิ่งปลูกสร้าง และหมู่บ้านจัดสรร มีการถมที่ ทำคันกั้น ลดพื้นที่พักน้ำ  ทำให้เมื่อฝนตกลงมาไม่มีพื้นที่พักน้ำ จึงทำให้น้ำไหลผ่านตัวเมืองจำนวนมากและเกิดน้ำท่วม”

ดังนั้น….ในปี 2565  หากยังไม่มีการเตรียมความพร้อมในการรับมือ คาดการณ์ว่าน้ำอาจจะท่วมเท่ากับปี 2560  โดยต้องคำนึงถึงลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ที่เปลี่ยนไปจากการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ฉะนั้นการเตรียมตัวของเทศบาลและเมืองต่างๆ หากทำได้ดีก็จะลดผลกระทบที่เกิดจากความเสียหายลงได้  ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบเครื่องสูบน้ำ การเคลียร์ทางระบายน้ำ  และการตรวจสอบคันกั้นน้ำที่มีอยู่   

ภาคใต้ 4
ถามว่า?  ทำไมภาคใต้ถึงหลีกเลี่ยงน้ำท่วมไม่ได้

ฝนภาคใต้จะเป็นลักษณะที่ตกต่อเนื่องหลายวัน   จนเกิดการสะสมของฝนบนเขาก่อนไหลลงมาด้านล่าง  ด้วยปริมาณที่ฝนมากกว่าปกติทำให้การระบายลงทะเลไม่ทัน   ส่วนพื้นที่ลุ่ม ที่มีลักษณะสโลปไม่มากนัก  ก่อนจะไหลลงทะเลจะต้องมีทุ่งรับน้ำเพื่อชะลอน้ำ  แต่ปัจจุบันพื้นที่เหล่านี้ถูกแทนที่ด้วยการก่อสร้างต่างๆแทน จึงทำให้น้ำไม่มีที่อยู่  อีกทั้งยังต้องเจอกับอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลง และน้ำทะเลหนุน จึงทำให้หากในช่วงนั้นปริมาณฝนมากเจอกับน้ำทะเลหนุนก็จะทำให้มีโอกาสท่วมมากกว่าปกติ

รศ.ดร.สุจริต  กล่าวว่า  สิ่งสำคัญหลังจากนี้จะต้องมีการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้น  ระยะสั้น ต้องกันพื้นที่เขตเมืองไม่ให้น้ำท่วมเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ แต่กลุ่มคนเหล่านี้ก็จะควรมีระบบภาษีเพิ่มเพื่อเป็นเงินชดเชยเยียวยา นอกจากการชดเชยเยียวยาจากภาครัฐให้กับพื้นที่ที่ต้องเสียสละเป็นพื้นที่รับน้ำแทน    ส่วนพื้นกึ่งท่วมก็จะต้องมีการให้ทำประกันภัยที่รัฐช่วยออกค่าทำประกันครึ่งหนึ่ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน  ระยะยาว ต้องมีกฎหมาย หรือ เทศบัญญัติ  จัดโซนนิ่งการใช้พื้นที่ตามความเสี่ยง  เนื่องจากข้อมูลของพื้นที่น้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปีก็จะเป็นพื้นที่เดิมๆ  ดังนั้น ทางออกหนึ่ง ควรควบคุมไม่ให้มีสิ่งปลูกสร้าง หรือการขยายของเมืองเพิ่มขึ้นเพื่อเปลี่ยนให้เป็นจุดรับน้ำ  ส่วนพื้นที่กึ่งท่วมก็จะต้องมีการบังคับให้สร้างบ้านในลักษณะอาคารที่เปิดโล่งชั้นล่างเพื่อให้น้ำสามารถไหลผ่านไปได้   

“การกำหนดการใช้ที่ดินให้เหมาะสม  ด้วยระบบเก็บภาษีเพิ่มในพื้นที่ไม่ถูกน้ำท่วม  เพื่อจะได้เอาเงินชดเชยไปช่วยให้กับพื้นที่ถูกน้ำท่วมซ้ำซาก  ส่วนพื้นที่ท่วมบ้างไม่ท่วมบ้างก็จะช่วยโดยการให้ประกัน  เมื่อปีไหนที่ไม่ท่วมก็จะไม่เสียหาย  ปีไหนที่น้ำท่วมก็จะได้รับการช่วยเหลือจากเงินประกันได้  ก็เป็นการลดความเสียหายที่เกิดขึ้น  ผมคิดว่ารูปแบบนี้จะต้องศึกษาล่วงหน้ารองรับต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นมากขึ้นในอนาคตไปพร้อมกัน”

ภาคใต้ 5

“คลองบายพาส”  โครงการส่งน้ำลงทะเล ไม่ผ่านตัวเมือง

ขณะที่การแก้ปัญหาระดับโครงสร้างเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัด  ขณะนี้กรมชลประทานได้มีโครงการขุดคลองบายพาสเพื่อตัดน้ำผันลงสู่ทะเลก่อนเข้าสู่ตัวเมืองแต่ละจังหวัด   เนื่องด้วยปกติ  บรรเทาความเดือดร้อนของน้ำท่วมในเขตเมือง  โดยเริ่มต้นโครงการที่จังหวัดนครศรีธรรมราช  ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยซ้ำซากทุกปี  และโครงการที่จังหวัดเพชรบุรี  ซึ่งยังมีขั้นตอนการศึกษาโครงการ   ที่จะช่วยให้การระบายน้ำออกทะเลได้ 200 – 300 ลบ.ม./วินาที   ซึ่งจะช่วยลดระดับน้ำแม่น้ำในเมืองได้  แต่ถ้าฝนตกหนักมากๆ ก็อาจจะมีน้ำท่วมขังได้ในบางพื้นที่   แต่แนวโน้มก็จะลดท่วมขังได้มากกว่าเดิม

ภาคใต้ 5
รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ประธานแผนงานวิจัยเข็มมุ่งด้านการจัดการน้ำ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

แชร์