เครื่องหมายอัศเจรีย์

ไทยเตรียมเปิดประเทศ รับนัก ท่องเที่ยวจีน 6 ก.พ. นี้

เรือขนขยะเกาะสมุยล่ม !!! ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2563  ในช่วงหัวค่ำที่มีการขนย้ายขยะ จำนวน 90,000 กิโลกรัม ออกจากเกาะสมุยไปยังแหล่งฝังกลบบนฝั่ง จ.สุราษฏร์ธานี   แต่เรือออกจากท่าเรือ ไม่นาน ก็เกิดอุบัติเหตุจมลงกลางทะเล พร้อมขยะ

เวลานั้น คนทั้งประเทศกำลังตื่นเต้นกับการกลับมาวางไข่ของเต่าตนุ และเต่ากระ บนเกาะสมุย ที่มีการฟื้นตัวของธรรมชาติ หลังรัฐบาลปิดประเทศจัดการกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 

นักสิ่งแวดล้อมและนักอนุรักษ์ ออกมาตั้งคำถามถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับระบบนิเวศทางทะเล โดยเฉพาะเต่าทะเล ปะการัง คุณภาพน้ำ และชายหาดท่องเที่ยว  ยิ่งไปกว่านั้นนี้มีผู้เสียชีวิต 5 คน

ผ่านมาเกือบ 3 ปี ไทยกลับมาเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง และเกาะสมุย ก็เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ผู้มาเยือนจากทั่วโลกต้องการไป

แต่มาตรการในการจัดการขยะที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จะเป็นอย่างไร ถ้ายังต้องขนย้ายขยะข้ามทะเล มีมาตรการอะไรมาป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย หรือไม่

ย้อนรอย เรือขยะล่มกลางทะเลเกาะสมุย

กลางดึกของคืน วันที่ 1 ส.ค. 2563 เรือเฟอร์รี่ ราชา 4 เคลื่อนตัวออกจากท่าเรือราชาเฟอร์รี่ เกาะสมุย มุ่งหน้าไปท่าเรือราชาเฟอร์รี่ ดอนสัก ในเรือมีรถบรรทุกพ่วงขนขยะ  3 คัน รถยนต์กระบะ 1 คัน และผู้โดยสาร  16 คน ประกอบด้วย ลูกเรือ 12 คน , คนขับรถพ่วง 3 คน และคนขับรถกระบะ 1 คน 

เรือวิ่งออกไปประมาณ 5 ไมล์ทะเล หรือ ประมาณ 30 นาที เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการประสานเรือได้รับแจ้งจากกัปตันเรือว่า ขณะที่แล่นมาถึงบริเวณเกาะสี่ เกาะห้า ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย เรือเอียงผิดสังเกต  หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที กัปตันได้ขาดการติดต่อ ทางท่าเรือจึงให้เรือ อาร์ 10 และ เรือวังทอง ที่ทอดสมออยู่ท่าเทียบเรือเกาะสมุย ออกไปช่วยเหลือ 

ข้อมูลเพิ่มเติม จาก ร.ต.ต.ศิรวิทย์ นาคมุสิก รองสารวัตรตำรวจน้ำเกาะสมุย ในเวลานั้น ระบุว่า หลังเกิดเหตุ สามารถช่วยชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือได้ทันที  9 คน เพราะทุกคนเกาะห่วงยางลอยคออยู่กลางทะเล และช่วยเหลือเพิ่มได้อีก 2 คนในวันถัดมา ส่วนที่เหลือ 5 คน เสียชีวิต

คนที่ติดตามเหตุการณ์นี้ ยังตั้งคำถามกับข้อสันนิษฐานของตำรวจ ที่ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ “เรือขนขยะล่ม” มาจากคลื่นลมแรง  หรือว่า มีสาเหตุอื่นที่ทำให้ เรือขนขยะลำนี้ จมลงกลางทะเล และกลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ต้องบันทึกไว้ในหน้า “ประวัติศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมของไทย”

แชร์