Thailand Web Stat Truehits.net

จาก “ถนนน้ำเดิน” สู่ความร่วมมือ เรียนรู้ และปรับตัว

ทั้งที่อยู่นอกเขตชลประทาน แต่ไม่ว่าจะแล้ง หรือ ท่วม ที่ชุมชนบ้านลิ่มทอง ต.หนองโบสถ์ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ก็สามารถทำการเกษตรผสมผสานได้ตลอดทั้งปี

“ย้อนไปเมื่อ 40 ปีก่อน ชุมชนของเราเป็นชุมชนที่ทั้งน้ำแล้ง แล้วก็น้ำหลาก เวลาที่ฝนตกมีน้ำ แต่หลังเวลาเก็บเกี่ยวน้ำก็จะแห้งหายไป” ยายสนิท ทิพย์นางรอง ตัวแทนชุมชนบ้านลิ่มทอง อาสาเล่าให้ทีมงาน DXC online ฟัง ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด จากการเข้าร่วมโครงการ ‘ถนนน้ำเดิน’

ยายสนิท เล่าว่า พื้นที่บ้านลิ่มทอง เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน ที่ผ่านมาประสบปัญหาในฤดูร้อน ไม่สามารถทำการเกษตรได้ หลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปีเสร็จ ผู้คนส่วนใหญ่จะต้องออกไปหาอาชีพรับจ้าง ก่อสร้าง ขุดมันในต่างพื้นที่ ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านเริ่มทำประชาคมพูดคุยเพื่อหาทางแก้ปัญหา จนในที่สุดจึงตัดสินใจน้อมนำพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ เริ่มจากในปี 2548 เพิ่มการกักเก็บน้ำต้นทุนในฤดูฝนให้เป็นระบบ ลองผิดลองถูกกันมาเรื่อย เกือบปี 10 กว่าจะมีน้ำใช้อุดมสมบูรณ์แบบนี้

“เราเริ่มทำโครงการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 และเริ่มลงมือทำเมื่อปี 2550 ปีแรกมาสำรวจพื้นที่ว่า น้ำที่เราต้องการเท่าไหร่ และก็ไปรับน้ำมาจากลำมาศเพื่อให้คนในชุมชน จากนั้นวางแผนขุดสระ 3.6 กม. เป็นคลองยาว ขุดสระเชื่อม ด้วยความที่เราเป็นชาวบ้านเราคำนวณจากด้วยตาเปล่า คิดว่าน้ำจะมาถึงบ้านเราได้ แต่ความจริงไม่ใช่ เพราะพื้นที่เราเป็นคลื่น มีสูงมีต่ำ เมื่อก่อนน้ำมันอยู่ในพื้นที่ลุ่ม ก็อยู่กับเราเป็นอาทิตย์ แต่พอมาลงคลอง 2 วันก็หมดแล้ว ” 

เมื่อยังมีปัญหาให้ต้องแก้ คนในชุมชนจึงเริ่มแผนการใหม่อีกครั้ง พวกเขาประสานหน่วยงานต่าง ๆ อย่างสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยน จะขุดคลอง ขุดสระแก้มลิง และเส้นทางน้ำหลากในฤดูฝนอย่างไร เพื่อบริหารน้ำฝนให้เพียงพอทั้งปี ในที่สุดก็เริ่มแผนทำคันสองข้างถนน บังคับให้น้ำวิ่งบนถนน ส่งต่อไปยังสระแก้มลิงท้ายหมู่บ้าน ตามหลักการของ “ถนนน้ำเดิน”

“พอเราแก้ปัญหาและเห็นน้ำ เรารู้สึกมีความสุข กระทั่งมาเจอปัญหาเรื่องภัยแล้งอีกครั้งในปี 60-62 เป็นภัยแล้งที่สาหัส คือ แล้งติดต่อกัน 2 ปี ครั้งแรกปี 60 โชคดีที่เรายังมีน้ำต้นทุนเดิม แต่พอปี 61 กับ 62 ฝนน้อย ต้นทุนน้ำที่เรามีอยู่ไม่สามารถเอาออกมาใช้ได้ น้ำที่เหลือเราต้องสำรองเอาไว้ จนมาปี 63 ฝนกลับสมบูรณ์ เราจึงวางแผนขุดสระแก้มลิงเพิ่ม จาก 3.5 เมตร เป็น 5–6 เมตร พอถึงฤดูแล้งก็วางแผนการปล่อยน้ำและบริหารน้ำใหม่ เพื่อให้เพียงพอยามเกิดวิกฤต”

นอกจากความร่วมมือในการบริหารจัดการน้ำ ปัจจุบันชาวบ้านในชุมชนบ้านลิ่มทอง ยังเริ่มเป็นแนวคิด เรียนรู้ที่จะปรับตัว โดยหันมาทำเกษตรผสมผสานเป็นอาชีพหลัก เพราะสามารถทำได้ทั้งปี บางคนยังใช้เวลาช่วงว่างจากการทำนาปี มาปลูกผักสวนครัว สร้างรายได้เสริมให้คนในพื้นที่

ด้าน ดร. รอยบุญ รัศมีเทศ รองผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ที่ผ่านมา สสน. ให้การสนับสนุนในเรื่องของกำลัง การขุดคลองชลประทาน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับการพัฒนาชุมชน ซึ่งประเทศไทยมีพื้นที่นอกชลประทานมากกว่าร้อยละ 80 หากหลายพื้นที่สามารถปรับแนวทาง ประยกุต์ใช้ความได้เปรียบของภูมิประเทศหรือถนนหนทาง มาใช้กับโครงการถนนน้ำเดิน อนาคตก็อาจจะแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่นอกเขตชลประทานได้อย่างยั่งยืน


  • ผู้สื่อข่าว (ออนไลน์) ศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ


  • ผู้สื่อข่าว (ออนไลน์) ศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ