Thailand Web Stat Truehits.net
เครื่องหมายอัศเจรีย์

ลุ่มท่าจีนเสี่ยงท่วม จากน้ำ เหนือ-น้ำหนุน

การบริหารจัดการน้ำภาคกลาง ยังคงเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายจับตามองเพราะล่าสุดยังคงมีมวลน้ำจากภาค เหนือ ไหลเข้ามาสมทบอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่มาจาก จ.นครสวรรค์ ไหลต่อผ่านเขื่อนเจ้าพระยา และ จากฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งน้ำมาจาก จ.เพชรบูรณ์ ไหลเข้าเขื่อนป่าสักฯ ก่อนจะไหลมารวมกับน้ำที่มาจากเขื่อนเจ้าพระยาผ่านคลองชัยนาท-ป่าสัก และไหลผ่านเขื่อนพระราม 6 ไปรวมกันอีกครั้งที่แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณเกาะเมือง จ.พระนครศรีอยุธยา

ซึ่งสถานการณ์ของทั้ง 2 ฝั่ง ค่อนข้างน่าเป็นกังวลเพราะน้ำ เหนือ มีปริมาณค่อนข้างมาก จำนวนนี้ยังไม่รวมกับน้ำสมทบที่ไม่สามารถควบคุมได้ (Side Flow) ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสริมให้น้ำที่จะไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยามารวมกันที่สถานีวัดน้ำบางไทร มีแนวโน้มเกินอัตรา 3,500 ลบ.ม./วินาที ซึ่งอัตรานี้จะส่งผลกระทบทันทีกับพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตกทม.และปริมณฑล

และด้วยโจทย์นี้ ทำให้หน่วยงานด้านน้ำ ต้องหาแนวทางบริหารจัดการ เพราะหากไม่มีการควบคุม จะเห็นจากข้อมูลทันทีว่า ขณะนี้ มีน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราถึง 3,000 ลบ.ม./วินาที 

ผังรายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมประจำวันที่ 8 ต.ค. 65

ส่วนเขื่อนป่าสักฯ ก็ระบายน้ำ 1,017 ลบ.ม./วินาที ซึ่งน้ำจากเขื่อนป่าสักฯจะไหลผ่านเขื่อนพระราม 6 ต่ออีกทอด  เมื่อผ่านเขื่อนพระราม 6 จะมีน้ำไหลต่อไปยังเกาะเมือง จ.พระนครศรีอยุธยา ในอัตราประมาณ 1,200 – 1,400 ลบ.ม./วินาที เพราะต้องบวกปริมาณน้ำที่ไหลมาทางคลองชัยนาท-ป่าสัก ที่ไหลมาประมาณ 200 ลบ.ม./วินาที และ น้ำสมทบที่ไม่สามารถควบคุมได้ (Side Flow) อีกประมาณ 200 ลบ.ม./วินาที เท่านั้นยังไม่เพียงพอ

เพราะยังมีน้ำจากแม่น้ำน้อยไหลมาสมทบที่เกาะเมือง จ.พระนครศรีอยุธยา อีกทีในอัตราประมาณ 200 ลบ.ม./วินาที นั่นหมายความว่าหากไม่มีการดำเนินการอะไรเลย จะมีน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำบางไทรเกือบ 5,000 ลบ.ม./วินาที และในวันที่ 9 ต.ค. นี้จะยังมีภาวะน้ำทะเลหนุนสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง ยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์

วิธีที่ถูกนำมาใช้ ขณะนี้ นายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระบุว่า คือการพยายามควบคุมเกณฑ์การระบายน้ำของเขื่อนหลัก ซึ่งอยู่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา และ เหนือแม่น้ำป่าสักฯ เพื่อหน่วงน้ำให้ทยอยไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนมากนัก แต่ต้องยอมรับว่าปริมาณน้ำกักเก็บของเขื่อนบางแห่ง ก็มีมากเกินความสามารถในการรองรับ เช่น เขื่อนป่าสักฯ ที่มีน้ำกักเก็บเกิน 100% ต่อเนื่องมานานหลายวัน จึงจำเป็นต้องหาตัวช่วยอื่นมาเพิ่ม

ทุ่งสองพี่น้อง ทุ่งรับน้ำบางส่วนที่ต้องรองรับมวลน้ำเหนือ และน้ำจากเขื่อนกระเสียว ปัจจุบันมีน้ำถูกผันเข้ามาเต็มพื้นที่

วิธีต่อมาคือการหน่วงน้ำในทุ่งรับน้ำ ทั้ง 10 แห่ง ของภาคกลาง ซึ่งวิธีนี้ สำนักงานทรัพยากรด้านน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระบุว่า จะช่วยหน่วงน้ำได้ประมาณ 58% หรือคิดเป็นประมาณ 546 ล้านลูกบาศก์เมตร อีกวิธีคือ ขณะนี้เริ่มพบการระบายน้ำผ่านทางคลองรพีพัฒน์ ที่ประตูระบายน้ำพระนารายณ์ โดยเริ่มต่อเนื่องมาตั้งแต่ประมาณวันที่ 5 ต.ค. 65 ที่ผ่านมา และขยับจากที่ประมาณ 7 ลบ.ม./วินาที จนถึงวันนี้ (8ต.ค.65) อยู่ที่ 59.76 ลบ.ม./วินาที และจะยังเพิ่มระดับการระบายแบบขั้นบันได ให้สูงสุดอยู่ที่ประมาณ 300 ลบ.ม./วินาที

แต่วิธีนี้ก็ยังไม่ใช่วิธีสุดท้ายเพราะต้องยอมรับว่าพื้นที่ท้ายคลองรพีพัฒน์ คือบริเวณโซนตะวันออกของกทม. อย่างเช่น เขตลาดกระบัง ปัจจุบัน มีน้ำคงค้างในพื้นที่ และด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะ ทำให้ต้องเร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำตามขอบของแอ่งกระทะเพื่อระบายน้ำให้ไหลลงสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด เพราะไม่เช่นนั้น จะทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ได้รับผลกระทบมากขึ้น

มาดูกันถึงวิธีสุดท้าย คือการผันน้ำมาทางฝั่งตะวันตก หรือลงสู่แม่น้ำท่าจีน สาเหตุที่การเลือกผันน้ำมาสู่ลุ่มน้ำท่าจีน ไม่ค่อยถูกพูดถึงมากนัก นายประเชิญ คนเทศ ที่ปรึกษาด้านเครือข่ายและภูมิปัญญาภาคประชาชน ศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ ระบุว่า เนื่องจากวิธีนี้มักจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายเพราะสภาพที่คดเคี้ยวของแม่น้ำท่าจีน ทำให้การระบายน้ำออกสู่ทะเลอ่าวไทยเป็นไปได้ช้า แต่เมื่อเกิดวิกฤตเรื่องน้ำรัฐก็จะเลือกนำวิธีนี้มาใช้

ผังรายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมประจำวันที่ 8 ต.ค. 65

สำหรับแนวทางการระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านแม่น้ำท่าจีน จะดำเนินการผ่าน ประตูระบายน้ำพลเทพ และ ประตูระบายน้ำมะขามเฒ่า-อู่ทอง จ.ชัยนาท ซึ่งน้ำจากทั้ง 2 ประตู จะมารวมกันที่ประตูระบายน้ำสองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี โดยวันนี้ (7 ต.ค.65) พบมีน้ำไหลผ่านประตูระบายน้ำทั้ง 2 ประตูรวมกันกว่า 150 ลบ.ม./วินาที จากศักยภาพของแม่น้ำท่าจีนที่สามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 290 ลบ.ม./วินาที แต่ตัวเลข 150 ลบ.ม./วินาทีนี้ ยังไม่ได้คำนวณ น้ำสมทบที่ไม่สามารถควบคุมได้ (Side Flow), น้ำที่คาดว่าจะต้องระบายจากเขื่อนกระเสียวหากมีปริมาณกักเก็บเต็มความจุ, น้ำที่คาดว่าจะต้องระบายออกจากทุ่งรับน้ำบางส่วน และภาวะทะเลหนุนสูง โดยน้ำที่ไหลผ่านแม่น้ำท่าจีนในเขตจ.สุพรรณบุรี จะไหลต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ ผ่าน จ.นครปฐม และ จ.สมุทรสาคร ก่อนออกสู่ทะเลอ่าวไทย

ประตูระบายน้ำพลเทพ จ.ชัยนาท จุดผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยามาลงแม่น้ำท่าจีน

“สถานการณ์ของลุ่มน้ำท่าจีนเอง ขณะนี้ก็น่าเป็นกังวล เพราะไม่เพียงต้องรองรับน้ำที่จะมาทางแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านประตูระบายน้ำพลเทพ และ ประตูระบายน้ำมะขามเฒ่า-อู่ทอง เท่านั้น แต่ปัจจุบัน ปริมาณน้ำกักเก็บของเขื่อนกระเสียว จ.สุพรรณบุรี ก็มีมากใกล้เต็มความจุอ่าง ทำให้ต้องระบายน้ำบางส่วนเพื่อรักษาความแข็งแรงของตัวเขื่อน ซึ่งมวลน้ำดังกล่าวจะไหลมาที่ อ.สองพี่น้อง และไหลผ่านลำน้ำสาขาต่าง ๆ มาลงที่แม่น้ำท่าจีน ประกอบกับ ในวันนี้มีความเป็นไปได้ว่า ทุ่งรับน้ำทั้ง 10 แห่งที่ถูกผันน้ำเข้าพื้นที่ไปก่อนหน้านี้ จะมีปริมาณกักเก็บเต็มความสามารถที่รองรับได้ ส่วนนี้จึงต้องเริ่มระบายน้ำจากทุ่งออกบางส่วน ซึ่งน้ำที่ไหลออกจากทุ่งก็จะไหลไปลงที่แม่น้ำท่าจีนเช่นกัน” – นายประเชิญ คนเทศ ที่ปรึกษาด้านเครือข่ายและภูมิปัญญาภาคประชาชน ศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ

พื้นที่เกาะทรงคนอง จุดลุ่มต่ำมีสภาพคล้ายกระเพาะหมู ริมแม่น้ำท่าจีน ในจ.นครปฐม

เกาะทรงคนอง อ.สามพราน และ อ.นครชัยศรี คือพื้นที่ลุ่มต่ำใน จ.นครปฐม มีสภาพคล้ายกระเพาะหมู คดเคี้ยว ถือเป็นจุดที่น่าเป็นห่วงที่สุดของฝั่งลุ่มน้ำท่าจีน เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำเหนือ ที่ไหลมาจากตอนบน ผ่านแม่น้ำท่าจีน บวกกับฝนที่มีแนวโน้มจะตกในพื้นที่ และภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งจากการประเมินพบว่ามีแนวโน้มที่น้ำจะไหลผ่านแม่น้ำท่าจีนเกิน อัตรา 330 ลบ.ม./วินาที ซึ่งถือว่าเกินจากศักยภาพที่แม่น้ำสามารถรองรับน้ำได้ อยู่ที่ 290 ลบ.บ./วินาที ประกอบกับ มีความเป็นไปได้ว่าถ้าน้ำจากเขตบางกอกน้อย กทม. มีมากก็อาจไหลไปสมทบทางคลองมหาสวัสดิ์ ก่อนลงสู่แม่น้ำท่าจีนที่เหนือสะพานเสาวภา และไหลต่อลงมายังตลาดท่านาอีก โดยเฉพาะในช่วงหากมีฝนตกมาก ก็จะยิ่งซ้ำเติมปัญหา เพราะปัจจุบันมีพื้นที่บางส่วนได้รับผลกระทบน้ำเอ่อท่วมอยู่แล้ว

น้ำจากแม่น้ำท่าจีนเอ่อล่นท่วมบ้านเรือนประชาชนบางส่วน บนเกาะทรงคนอง อ.สามพราน จ.นครปฐม
ข้อมูลเพิ่มเติม
  • Side flow คือ ปริมาณน้ำที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่สามารถนำมาใช้เพื่อการชลประทานได้ ปริมาณน้ำส่วนนี้ ได้แก่ ปริมาณน้ำที่เกิดจากฝนตกบนพื้นลุ่มน้ำท้ายอ่างเก็บน้ำแต่ตกเหนือเขื่อนผันน้ำ เช่น ท้ายอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ แต่เหนือเขื่อนเจ้าพระยารวมถึงปริมาณน้ำจากแม่น้ำยมและแม่น้ำวังด้วย รวมกับปริมาณน้ำที่เหลือใช้จากพื้นที่ชลประทานตอนบนและสามารถนำมาใช้ในพื้นที่ชลประทานตอนล่างได้
  • สถานีวัดน้ำบางไทร อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา คือจุดชี้วัดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะส่งผลกระทบกับ กทม.และปริมณฑลหรือไม่ โดยหากมีมวลน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา เกิน 3,500 ลบ.ม./วินาที แปลว่าบางส่วนของพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำของกทม.และปริมณฑล มีแนวโน้มได้รับผลกระทบถูกน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วม

แชร์